Pinky-ประสบการณ์ของฉัน
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ประสบการณ์สอนในช่วงโควิด-19
**ประสบการณ์สอนในช่วงโควิด-19***
ในช่วงของการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้การศึกษายุค Covid-19 คุณครูและนักเรียนต้องปรับตัวสู่สภาวะการเรียนรู้ที่ไม่คุ้นเคย และรับภาระที่เพิ่มมากขึ้น คุณครูต้องใช้เวลามากขึ้นในการเตรียมการสอน นักเรียนรับการบ้านและต้องเรียนรู้ด้วยตนเองที่มากกว่าเรียนในชั้นเรียนมากขึ้น เมื่อระบาดหนักขึ้น โรงเรียนจึงต้องสั่งหยุดยาวตั้งแต่ 18 พฤษภาคม 2563 และเมื่อถึงเวลาที่ต้องปิดเทอมในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ทำให้ทางโรงเรียนต้องปรับตัว ให้ครูและนักเรียนต้องปรับตัวในเรื่องการเรียนการสอน โดยต้องนำการสอนออนไลน์มาช่วย เริ่มจากการจัดทำโครงการสอนออนไลน์ สื่อการสอนออนไลน์ โดยมีการนิเทศสื่อก่อนนำไปใช้จริงโดยท่านผอ.
หลังจากนั้นก็ให้ครูอยู่บ้านโดยการทำการสอนออนไลน์ตามตารางการสอนออนไลน์ โดยการสอนใช้วิธีสอนออนไลน์โดยใช้ Zoom แต่หลังๆ Zoomเกิดปัญหา จึงได้ทำการสอนผ่าน Meet โดยทำ Calenda เพื่อเตือนนักเรียนก่อน และระหว่างสอนก็ทำการอัดคลิปการสอนไว้ด้วย เพื่อทำการส่งให้นักเรียนได้ทบทวนย้อนหลัง
บรรยากาศการสอนโดยใช้Zoom
และหลังจากเรียนจบในแต่ละคาบ ก็จะทำการส่ง VDO ใน line กลุ่มเพื่อทบทวน และลงในช่อง Youtube channel
**วิชาไหนที่ไม่สามารถสอนได้ผ่านทาง Zoom ก็จะทำการ Live สด โดยการ สตรีมมิ่ง ใน OBS ลงใน FB Live เพจ เรียนออนไลน์ By ครูเอ่ เพื่อให้นักเรียนมาลงชื่อเข้าเรียนในระหว่าง Live สด
ตัวอย่างการเตือน Live สด
หลังจากเรียนจบทุกคาบจะให้นักเรียนส่งงานทาง Google Classroom
**สิ่งที่ได้จากการสอนในช่วงโควิดคือ
1.เกิดการพัฒนาสื่อให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน
2.นักเรียนให้ความสนใจในการเรียนดีขึ้น
3.ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสอนที่โรงเรียน
4.เกิดการปฏิสัมพันธ์กันักเรียนมากขึ้น เพราะมีการพูดคุยกันทางออนไลน์
5.นักเรียนส่งงานมากขึ้น
**ปัญหาที่พบ
1.สัญญาณ Internet
2.นักเรียนบางคนไม่มีอุปกรณ์และสัญญาณ Internet
3.การเรียนทั้งวันทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย ล้า บางคนก็ออนทิ้งไว้
****ต่อให้มีโควิดกลับมาระบาดใหม่ เรายังคงใช้สื่อการสอนออนไลน์ใหม่ๆ โดยนำประสบการณ์และความรู้ที่ได่เรียนในรายวิชานวัตกรรมฯมาปรับใช้ในการสอนต่อไป เช่น การใ้ช้ Googlesite การใช้ Quizzes ที่ให้นักเรียนทำ Assige ที่บ้านได้ การใช้ E-book ที่ทำให้นักเรียนศึกษาข้อมูลย้อนหลังได้ เป็นต้น
ประสบการณ์ที่ได้เรียนป.บัณฑิต
ประสบการณ์ที่ได้เรียนป.บัณฑิต
การตัดสินใจมาเรียนป.บัณฑิต สาเหตุมาจากการต่ออายุใบประกอบครั้งที่ 4 แล้ว กลัวจะต่อไม่ได้อีกจึงตัดสินใจหาที่เรียน จนมาเจอม.นอร์ทที่กำลังเปิดรับสมัคร ตอนมาสมัครก็ด้วยความกลัวเพราะมหาวิทยาลัยยังไม่รับการอนุมัติหลักสูตร แต่ท่านอาจารย์ก็ยืนยันว่าได้รับการรับรองชัวร์ จนมาถึงวันเปิดเทอมวันแรก
วันแรกของการเปิดเทอม ได้เจอเพื่อนๆที่น่ารัก และคุณครูที่น่ารัก
การทดสอบสอนแบบให้ออกไปสอน โดยใช้เทคนิค Active Learning เรื่อง การคูณ แรกๆมีความเครียดๆ แต่หลังๆสนุกสานาด้วยบรรยาการศการเรียนที่ไม่น่าเบื่อ
การเรียนป.บัณฑิต เป็นการเรียนที่ทรหดมาก ใส่ใจทุกรายละเอียด การเรียนที่เข้มข้นมาก ต้องอ่านหนังสือ ทำการบ้านหนักมาก แต่มาถึงวันนี้ทำให้เราได้รับความรู้อันมหาศาล ที่ไม่สามารถอ่านจากหนังสือได้
มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เราเรียนกันทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด แต่เวลาผ่านไปไวมาก มาถึงวันที่เรียนจบ ทำให้รู้ว่าเราต้องนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเองให้มากกว่านี้
ขอบคุณท่านอาจารย์ทุกท่าน เพื่อนๆที่น่ารักทุกคน ที่เราอดทนสู้มาด้วยกัน นับจากนี้ไป เป้าหมายคื่อ สอบเอาใบประกอบ เดือนกุมภา มาให้ได้ และสอบบรจุได้
ปัญหาที่เจอ คือ การเรียนที่แน่นมาก เรียนหนักมาก เหนื่อยมาก ท้อมาก การสอบที่ทดหดมาก ไม่มีเวลาแม้แต่จะทำการบ้าน ด้วยที่เรามีครอบครัว ต้นทุนด้านเวลาจึงน้อยกว่าคนอื่น แต่ก่อต้องอดทน อ่านหนังสือทบทวนเยอะๆ ตื่นมาทำการบ้านตอนดึกๆ ตื่นมาอ่านหนังสือตอนตี 4-5 ทุกวัน แล้วก็ผ่านมาจนได้ ขอบมอบความสำเร็จนี้ให้ครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ขอบคุณลูกๆที่อดทนรอเราถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยทุกเสาร์-อาทิตย์ ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความรู้ที่แน่นมาก
วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันแรกของชีวิตเคนตะ
วันที่ 3 ก.พ.54 เป็นวันตรุษจีน เวลา 20.00 น. มะม๊ามีอาการน้ำเดินแต่ยังไม่ปวดท้อง จึงนั่งแท๊กซี่ไป รพ.จุฬาเอง (ป๊ายังไม่กลับจากทำงาน) พอไปถึง รพ. คุณหมอก็ตรวจๆ แล้วบอกว่าคลอดก่อนกำหนด นน.ลูกไม่ถึงเกณฑ์ ม๊าก็ใจหาย แต่อดทนสู้เพื่อลูก..คุณหมอก็ให้นอนรอที่ รพ. พอประมาณ 22.00 ม๊าเริ่มปวดท้อง และปวดถี่ๆขึ้น ปวดมากจนเกือบจะทนไม่ไหว ทั้งกรีดร้อง ทั้งอดทน กัดฟันทนเจ็บ จนเที่ยงคืนบอกหมอว่าไม่ไหว หมอจึงให้ไปรอในห้องคลอด จนเวลา 01.15 น. ของวันที่ 4 ก.พ. 54 ..ม๊าทนไม่ไหวแล้ว คุณหมอมาดูก็เริ่มทำคลอด เป็นช่วงเวลาที่ม๊าเจ็บปวดที่สุดของชีวิต ทั้งพยามหายใจ ทั้งเบ่งคลอด ม๊าจะรอดไหม แต่ก๋ทนเพื่อลูก เพียงเสี้นงวินาทีม๊าก็ได้ยินเสียงเล็กๆของลูกเวลา 01.50 น. ด้วย นน. 2.425 กก. หมออุ้มลูกมาให้ม๊าดู แทบร้องไห้ ม๊าได้เห็นหน้าลูกแล้ว จากที่อดทนรอมาเกือบ9 เดือน ตอนนี้หายจากความเจ็บปวด จากการเหนื่อยแล้ว อยากเจอลูกเต็มที่แล้ว....ตอนแรกหมอบอกว่าลูก นน.น้อยต้องเข้าตู้อบ อีกหลายวันถึงจะออก..แต่ไม่นึกว่า ลูกแม่จะแข็งแรง อยู่ในตู้อบแค่ไม่กี่ ชม.เอง....ต่อไปนี้ก็นับวันเริ่มต้นดูแลเจ้าตัวน้อยแล้ว..
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

